บทความ

  • PDPA กับโรงงานอุตสาหกรรม: สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องรู้

    พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบแล้ว โรงงานอุตสาหกรรมที่เก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ลูกค้า หรือคู่ค้า มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายนี้อย่างเคร่งครัด

    PDPA ส่งผลต่อโรงงานอย่างไร?

    โรงงานเก็บข้อมูลส่วนบุคคลหลายประเภท ได้แก่ ข้อมูลพนักงาน (ชื่อ ที่อยู่ บัญชีธนาคาร) ข้อมูลสุขภาพสำหรับประกันสังคม บันทึกกล้องวงจรปิด และข้อมูลลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจ ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของ PDPA

    3 สิ่งที่โรงงานต้องทำทันที

    1. จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy) และแจ้งให้พนักงานและผู้เกี่ยวข้องทราบ
    2. ขอความยินยอม (Consent) ก่อนเก็บข้อมูลที่ไม่จำเป็นตามสัญญาจ้าง
    3. กำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (DPO) หากจำเป็น

    บทลงโทษ

    โทษทางแพ่งสูงสุดถึง 5 ล้านบาท และโทษทางอาญาจำคุกไม่เกิน 1 ปี สำหรับกรณีละเมิดที่ร้ายแรง

    บทสรุป

    การเตรียมความพร้อมด้าน PDPA ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนหากมีที่ปรึกษาที่เชี่ยวชาญ TML Esan พร้อมช่วยโรงงานของท่านตรวจสอบและวางระบบให้ถูกต้องตามกฎหมาย

    ติดต่อขอคำปรึกษาฟรีได้ที่ 065-717-7837

  • กฎหมายแรงงานที่โรงงานอีสานต้องรู้

    โรงงานอุตสาหกรรมในภาคอีสานเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมอาหาร สิ่งทอ หรือชิ้นส่วนยานยนต์ แต่การเติบโตนี้มาพร้อมกับความเสี่ยงด้านกฎหมายแรงงานที่นายจ้างหลายรายยังมองข้าม

    1. สัญญาจ้างงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย

    พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 กำหนดให้นายจ้างต้องจัดทำสัญญาจ้างงานที่ระบุ ตำแหน่งงาน ค่าจ้าง วันและเวลาทำงาน และสิทธิประโยชน์ต่างๆ อย่างชัดเจน หากสัญญาไม่ครบถ้วน นายจ้างอาจถูกเรียกร้องค่าชดเชยในภายหลังได้

    2. ชั่วโมงทำงานและค่าล่วงเวลา

    กฎหมายกำหนดชั่วโมงทำงานไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน และไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หากให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลา ต้องได้รับความยินยอม และต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในอัตรา 1.5 เท่าของค่าจ้างปกติ

    3. การเลิกจ้างและค่าชดเชย

    การเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควรทำให้นายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน ตั้งแต่ 30 วัน ไปจนถึง 400 วัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจ้างงาน การเลิกจ้างต้องทำอย่างถูกต้องและมีเอกสารชัดเจน

    4. ความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน

    โรงงานต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ซึ่งกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) และการอบรมด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

    บทสรุป

    การปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานอย่างเคร่งครัดไม่เพียงแต่ป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมาย แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ส่งผลให้โรงงานดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

    หากต้องการคำปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน ติดต่อทีมงาน TML Esan ได้ที่ 065-717-7837